On-Page SEO เป็นหนึ่งในปัจจัยในการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าผลการค้นหาของ Google Search Engine และค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ต้องลงรายละเอียดกันเยอะพอสมควร ถ้ารู้จัก และสนิทกันเอาไว้รับรองว่าจะช่วยทำให้เว็บไซต์ของคุณเติบโตขึ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน !

วันนี้จึงอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักเกี่ยวกับ On Page SEO ว่ามันคืออะไร กันแน่ มีอะไรบ้างที่ต้องทำ  

On-page SEO คืออะไร

On-Page SEO หรือ on-site SEO คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อปรับปรุงอันดับให้อยู่ใน Rank ที่ดีที่สุด ของ Google และมีปริมาณการผู้เข้าใช้เว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น มีความเกี่ยวข้องกับ คุณภาพของเนื้อหาบนเว็บไซต์, HTML Tags (title, meta, and  header), รูปภาพ และยังรวมถึง E-A-T หรือ expertise (ความเชี่ยวชาญ), authoritativeness(ความมีอำนาจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง), and trustworthiness(ความถูกต้อง น่าเชื่อถือ)

บางคนวิเคราะห์กันละเอียดยิบ เก็บทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO ในส่วนของ On-Page SEO

วันนี้ผมจึงจะมา แนะนำ 14 ปัจจัย On-page SEO  แบบง่าย ๆ ด้วยตนเอง ที่มีส่วนช่วยให้ Contents มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้อันดับบนเว็บไซต์ดีขึ้น มาบอกต่อแบบ Step By Step  อ่านจบ ทำตามได้ทันที  

ก็ถือว่าเป็นการ Checklist ไปในตัว หากอ่านแล้วมีจุดไหนที่ยังไม่ได้ทำ ก็นำไปปรับปรุงได้

ปัจจัยแรก ที่เป็นส่วนสำคัญของ On Page SEO ก็คือ โครงสร้างเว็บไซต์ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างมาก แต่ผมเชื่อว่าในปัจจุบัน เว็บไซต์ที่ยังคงเปิดตัวอยู่ในขณะนี้ ต้องทำกันหมดแล้วอย่างแน่นอน นั้นคือเรื่องของ Responsive Web Design ถ้าใครยังไม่รู้ว่าคืออะไร มาเริ่มเรียนรู้ไปด้วยกันเลยครับ

ก่อนจะเข้าเนื้อหาการปรับแต่ง On-Page SEO หากสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress ยินดีด้วย !

สามารถทำตามที่ผมบอกได้เลย ด้วยตัวเอง

Responsive-Web-Design

Responsive Web Design

Responsive Web Design ถ้าให้แปลตรงๆตัวเลยก็คือ “เว็บไซต์ที่รองรับทุกอุปกรณ์” ด้วยปัจจุบัน ที่มีอุปรกรณ์ที่ผู้คน สามารถเข้าถึงเว็บได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค, แท็บแล็ต, มือถือ ต่างรุ่นต่างขนาดกันไป

โดยล่าสุด กูเกิลก็ประกาศอย่างชัดเจน เกี่ยวกับเรื่องของ Mobile-Fisrt Indexing ซึ่งหมายถึงว่าเขาให้ความสำคัญกับเว็บไซต์มือถือมากยิ่งขึ้น จากสถิติการค้นหาผ่านมือถือบนกูเกิล ยังเพิ่มสูงขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ อ้างอิงจาก : สถิติการใช้เครื่องมือค้นหาผ่านมือถือ

ในกรณีที่เว็บไซต์ไหน ยังไม่รองรับทุกอุปกรณ์ ในปัจจุบัน แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะเป็นสิ่งที่ Google เลือก

ดังนั้นจุดเริ่มต้น On-Page ที่ดีคือตรวจสอบดูว่าเว็บไซต์รองรับมือถือรึยัง ? สำหรับใครที่ใช้ WordPress ก็ไม่ต้องห่วงครับ ระบบถูกวางเอาไว้ให้รองรับมือถืออยู่แล้ว

ในกรณีที่ใครไม่ได้ใช้ WordPress ตรงส่วนนี้ก็คงต้องกลับไปแก้ไขให้เว็บไซต์เป็นในรูปแบบของ Responsive Web Design โดยเร็วที่สุด นอกจากเรื่องของ Responsive Web Design ที่ Google ให้ความสำคัญ อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน นั้นคือความเร็วของเว็บไซต์ที่ผู้ค้นหาจะเข้ากับเว็บไซต์ของคุณได้

PageSpeed Insights

Website speed

กูเกิลให้ความสำคัญของสปีดเว็บไซต์มากขึ้นกว่าเดิม และได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า ความเร็วของเว็บไซต์ เป็นหนึ่งในปัจจัยในการจัดอันดับเว็บไซต์บนผลการค้นหา เพราะถ้าเว็บไซต์เราใช้เวลานานมากในการแสดงผลก็จะส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ในทางที่ไม่ดี เช่น Bounce rate สูง หรือ ผู้ใช้อยู่ในหน้าเว็บไซต์ช้าลง วิธีตรวจสอบ Website speed ใช้โปรแกรมต่อไปนี้

สำหรับการแก้ไขปัญหาเว็บไซต์สปีด ในกรณีที่ไม่มีความรู้ทางด้านภาษาโค๊ดต่าง ๆ สามารถลองพิจารณาจ้างผู้เชี่ยวชาญมาปรับแต่งให้ได้หรือลองอ่าน การปรับแต่งเว็บไซต์สปีดด้วยปลั๊กอิน แบบง่าย ๆ ด้วยตนเอง ที่ผมจะกลับมาเขียนให้อย่างแน่นอน เพื่อช่วยผู้ที่ไม่รู้จัก โค๊ดต่างๆ เหมือนกับผม 🙂

ปัจจัยต่อมาถัดจากเรื่องของโครงสร้างเว็บไซต์ ที่ผมไม่อยากให้พลาดเลย นั้นคือเรื่องของการ Research Keywords ที่ห้ามละเลยเด็ดขาด !

ในกรณีวางแผนผิด ชีวิตจะเปลี่ยนทันที เอาเป็นว่าเราลองมาดูกันดีกว่าครับ ว่าการทำ Research Keywords นั้นทำกันยังไง

Research Keywords Tools

Research Keywords

การวิเคราะห์ Keywords ที่ผู้คนค้นหา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ห้ามละเลย มีบางคนคิดว่า Contents ทำๆ ไปเถอะ เดี๋ยวก็มีคนเข้าเอง ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมากครับ อย่าลืมว่าผู้ที่ค้นหาบน กูเกิล ค้นหาด้วย Keywords ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์หรือการใช้เสียงก็ตาม

ถ้าไม่ทำการ Research Keywords ให้ดีก่อน Contents ที่จะแสดงบนผลการค้นหาก็จะไม่ตรงต่อกลุ่มเป้าหมาย แย่สุดกลายเป็น Contents ขยะ ไม่ได้สร้างคุณค่าอะไรเลย วิธีการ Research Keywords มีเครื่องมือที่ใช้ทำได้หลายตัวแต่ผมขอแนะนำ

ใช้งานง่าย ต้องเสียค่าสมัครสมาชิก 150 บาท ต่อเดือนครับ สำหรับคนไทย

Related keywords

Related keywords

Related keywords คือ คำ หรือ วลี ที่เกี่ยวข้อง กับ Seed Keywords (คำค้นหาหลัก) ที่เราต้องการทำอันดับบน Google ทำเพื่อให้ Google เข้าใจเนื้อหา Contents ที่เราเขียนมากยิ่งขึ้น ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร

ยกตัวอย่างเช่น ในกรณี เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องของ รถสิบล้อ ถ้าในบทความเรามีวลีที่แทรกเข้าไปเป็น ขนส่ง, ราคา, ระยะทาง google ก็จะเข้าใจมากขึ้นว่าบทความที่เขียนนั้นเกี่ยวข้องกับ บริการขนส่งโดยรถสิบล้อ

วิธีการทำแบบนี้ เรียกอีกอย่างว่า LSI Keywords ข้อดีของการทำนอกจากจะทำให้  Google เข้าใจเนื้อหาของเรามากขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้บทความที่ทำ ติด Keywords ในหลายๆ กลุ่มคำ

Long Tail Keywords

ปัจจุบัน Long Tail Keywords หรือการค้นหาด้วยคำยาว ๆ เป็นเรื่องที่ผมค่อนข้าง ให้ความสำคัญ เป็นอย่างมาก เพราะยิ่งค้นหายาว ก็จะแสดงถึงความต้องการได้มากยิ่งขึ้น ในส่วนของ On Page SEO ผมมักจะแอบแทรกเอาไว้เสมอ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมค้นหาด้วยคำว่า “ล้อรถยนต์” มันก็คงจะยากที่จะรู้ความต้องการของผมจริง ๆ  แต่ถ้าผมค้นหาด้วย Keywords “ซื้อล้อรถยนต์มือสองราคาถูก” นั้นจะแสดงถึงความต้องการของผมทันที

นอกจากนั้น Long Tail Keywords ส่วนใหญ่ ยังมีการแข่งขันที่ไม่สูงมากนัก จึงสามารถทำให้เราขึ้นอันดับได้ไม่ยาก เมื่อเปรียบเทียบกับ Keywords ที่มีปริมาณการค้นหาสูงๆ

ดังนั้น การที่เราวาง Long Tail Keywords ที่เกี่ยวข้องเอาไว้ในเนื้อหาบทความ นอกจากจะทำให้ Contents ของเรามีโอกาสติดบนหน้าการค้นหา Google ได้โดยเร็ว ทำให้มี Traffic ที่เพิ่มมากขึ้น ยังได้กลุ่มคนที่มีความสนใจจริงๆ

ถ้าอยากรู้ว่า Long Tail Keywords คืออะไร ให้มากยิ่งขึ้น ผมแนะนำให้อ่าน Long Tail Keywords ถึง Volume จะเงียบ ก็ฟาด Conv. เพียบ !

ถัดจากเรื่องของการวางแผน Keywords ตัวโครงสร้างของบทความ ในการเขียน ก็เป็นเรื่องที่บอกได้ว่าเนื้อหานั้นๆ มีความเกี่ยวข้อง มีประสิทธิภาพขนาดไหน โดยผมขอเริ่มจากการวาง Keywords หลักใน paragraph แรก หรือที่เรียกกันว่า “Focus Keyword In First Paragraph”

keywords first paragraph

Keywords ใน paragraph แรก

อะไรที่อยู่แรก ๆ มักสำคัญ เสมอ การทำ SEO ก็เช่นกัน การวาง Keywords เอาไว้ใน Paragraph แรกของคอนเทนท์ จะช่วยทำให้ กูเกิลเข้าใจเนื้อหามากยิ่งขึ้น

หรือลองคิดแบบทั่ว ๆไป การที่เรานำหัวข้อหลักที่จะพูดถึงไปอยู่ในช่วงท้าย ๆ ก็คงจะไม่ดีนัก ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้หรือกูเกิล กว่าจะเข้าใจสิ่งที่ต้องการจะบอกก็คงจะออกไปหมดอยู่ดี

ดังนั้นควรที่จะนำ Keywords หลักที่ต้องการจะทำอันดับ ไว้อยู่ด้านบนๆ เพื่ออธิบายให้ผู้อ่านได้เข้าใจว่าเรื่องนี้ เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาต้องการรู้อย่างไร โดยเร็วที่สุด และทำให้ Google เข้าใจใจความสำคัญหลักของเนื้อหา

heading tag in seo

Heanding Tags

Heanding Tags ก็เหมือนกับหัวข้อที่เราต้องการบอกให้ผู้ใช้ และกูเกิลรู้ว่าเนื้อหาที่เราต้องการจะสื่อนั้นคืออะไร มีประเด็นไหนบ้างที่เราจะหยิบยกมาพูด ยิ่งมีความเกี่ยวข้องกับ Keywords ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคอนเทนท์ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ากำลังพูดถึงเรื่อง “ประกันภัยรถยนต์” ก็ควรที่จะมี

  • ประกันภัยรถยนต์ Tag H1
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 Tag H2
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 Tag H2
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 Tag H2
  • เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ Tag H2
  • เบี้ยประกันรถยนต์ Tag H2
  • ทุนประกันรถยนต์ Tag H2

จะเห็นว่าหัวข้อที่ผมหยิบยกมาจะมี Keywords อยู่ด้วย ยิ่งทำได้ละเอียด และยังอยู่ในประเด็นหัวข้อที่ต้องการจะเขียน นอกจากจะช่วยในเรื่องของการเพิ่ม Keywords แล้วยังรวมถึงการเพิ่มความลึกของคอนเทนท์

จากตัวอย่าง ก็ใช่ว่าจำเป็นต้องใช้ Keywords ประกันภัยรถยนต์ ทั้งหมดนะครับ แยกประเด็นที่เกี่ยวข้องออกมาอีกก็ได้ เช่น จากตัวอย่างเดิม อาจจะเพิ่มหัวข้อ ค่า Excess หรือ ค่า deductible ก็ได้เช่นกัน ไม่มีสูตรตายตัว

internal links and external links

Internal Link และ Outbound Links

Internal Link = การเชื่อม Link ภายในเว็บไซต์ Outbound Links = การเชื่อม Link ไปยังเว็บไซต์ภายนอก การใช้ Internal Link และ Outbound Links ก็เหมือนกับการเพิ่มความน่าเชื่อและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา ยิ่งเนื้อหามีการกล่าวถึงมากและผู้ที่กล่าวถึงมีคุณภาพ ก็จะยิ่งทำให้เนื้อหาหลักมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในส่วนของ Internal Link ยิ่งภายในเว็บไซต์มีเนื้อหาที่เชื่อมโยงถึงกัน กูเกิลก็จะยิ่งเข้าใจเนื้อหามากขึ้น

นอกจากจะดีต่อกูเกิลในส่วนของผู้ใช้เอง ยังสามารถสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ดีขึ้นได้ เพราะ ถ้า ผู้ใช้คลิ๊กไปยังเนื้อหาต่อไป ผู้เข้าใช้ก็จะอยู่ในเว็บไซต์นานขึ้น ซึ่งแสดงถึงคุณภาพของเว็บไซต์ Note แต่ก็ใช่ว่าจะเชื่อมโยงทุก Link ผมขอแนะนำให้เอาเรื่องที่คิดว่ามีประโยชน์กับผู้ใช้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ทั้งเชื่อม Link ภายในและภายนอก

Image-SEO

Image SEO

Image SEO เป็นปัจจัยที่ใครหลายคนชอบละเลยกันมาก ดังนั้นถ้าสามารถเก็บรายละเอียดตรงนี้ได้ ก็จะช่วยทำให้ได้เปรียบมากขึ้น ในการทำ On Page SEO

เราสามารถทำ Image SEO ให้กับ Contents ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ตั้งชื่อรูปภาพให้มี Keywords หลังจากตั้งชื่อให้มี Keywords แล้วก็อัพรูปขึ้นบนเว็บไซต์ จะมีอีกหนึ่งส่วนสำคัญนั้นคือ Alt Image

ในส่วนนี้ เราก็เพียงแค่ใส่ Keywords ที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพ ก็เป็นอันเสร็จทันที

SEO-friendly-URLs

SEO-friendly URLs

URL คือที่อยู่ของข้อมูล ดังนั้นการที่ข้อมูลเหล่านั้นมีชื่อที่เกี่ยวกับ Keywords มันก็จะช่วยให้ Contents มีความเกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น หัวข้อนี้มีหลายคนมักสงสัยว่า URL ควรที่จะทำเป็น ภาษาไทย หรือเป็นภาษาอังกฤษดี อันที่จริงจะทำภาษาไหนก็ได้ครับ แต่ผมขอแนะนำให้ใช้ภาษาอังกฤษจะดีที่สุด เพราะถ้าใช้ ภาษาไทย เวลาที่ Copy URLs ไปวางจะเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว ซึ่งไม่สวยเลย

ยกตัวอย่าง URL ที่เป็นมิตร :  https://example.com/what-is-seo/ คือ URL ที่เราสามารถเข้าใจได้ว่าจะนำพาเราไปสู่เรื่องอะไรและต้องมี คำ หรือ วลี ที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วย

URL ที่ไม่มิตรละเป็นยังไง : https://www.example.com/path/to/myfile.html?key1=value1&key2=value2#SomewhereInTheDocument จากตัวอย่างจะเห็นว่า เราไม่มีทางที่จะเข้าใจได้เลยว่า URL ที่แสดงจะนำพาเราไปสู่เรื่องไหน หรือก็คือ URL ที่อ่านแล้วไม่รู้เรื่องนั้นเอง

ที่สำคัญอย่าลืมทำให้ โดเมน หรือชื่อเว็บไซต์ เป็น https นะครับ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเว็บไซต์ของเรามีความปลอดภัย ในส่วนนี้ Google เองก็แนะนำให้ใช้ และบอกอย่างชัดเจนว่า เป็นส่วนที่ใช้นับคะแนน เช่นกัน

ในกรณีไม่ใช้ เว็บไซต์ของคุณ ก็จะขึ้น “Not secure” ซึ่งคงดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักทั้งในสายตาของ Google และ Users

title tag description tag html

Title Tags และ Meta Description

ใน Title Tags และ Meta Description จะต้องมี Keywords เพื่อให้กูเกิล เข้าใจว่า เนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร นอกจาก กูเกิลจะเข้าใจ ยังทำให้ผู้ใช้เข้าใจได้ด้วย คล้ายกับชื่อเรื่องกับคำนำที่ให้กูเกิล และ ผู้ใช้รู้ว่าภายในนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

Note มีหลายครั้งที่ผมเห็นบางเว็บไซต์ที่ไม่ได้ใส่ Title Tags หรือ Meta Desciption แต่ก็สามารถติดอยู่บนหน้าผลการค้นหาของกูเกิล ได้ ถึงแม้จะติดได้ แต่การที่เราสามารถเขียนหัวข้อของ Contents ที่เปรียบเหมือนกับชื่อหนังสือได้ มันก็ได้เปรียบกว่ามาก

ลองคิดดูว่าถ้าเราไม่ใส่ แล้วกูเกิล นำ Keywords โดด ๆ อย่าง “ยางรถยนต์มือสอง” ขึ้นไปเป็นคู่เทียบกับคู่แข่งที่ใส่ Title Tags “ยางรถยนต์มือสอง ราคาถูกที่สุด ช้าอดหมด คัดโดยผู้เชี่ยวชาญ !” เป็นผม ผมจะคลิ๊กอันล่างก่อนครับ ถึงแม้จะไม่ได้ดึงดูดอะไรมากมายก็ตามเถอะ

Social Sharing Buttons

Social Sharing Buttons

การแชร์ Contents บนเว็บไซต์ไปยัง Social Media จะช่วยทำให้การทำ SEO ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการทำ SEO ที่เรียกว่า social signal เนื่องจากทำให้ผู้คนเห็น Contents ได้อย่างรวดเร็ว หาก Contents มีคุณภาพก็จะเกิดการแชร์บอกต่อมีโอกาสได้ Backlink มาเสริมความแข็งแกร่งกับตัวเว็บไซต์นอกจากนั้น Social ที่เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงยังได้อัพเดท

Deep-Contents

ความลึกของเนื้อหา

ข้อนี้ต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนนะครับ ระหว่าง เนื้อหายาว กับ ความลึกของเนื้อหา เพราะบางคนพอรู้ว่าเนื้อหายาว ๆดี เรื่องที่ไม่ควรจะยาวแต่ก็ยาวจนไม่วนเวียนไปหมด ทำให้คุณภาพเนื้อหา ที่เป็นส่วนสำคัญหายไป

ดังนั้นจึงควรที่จะโฟกัสที่ความลึกของเนื้อหา เพราะ ยิ่งเขียนลึกได้มากเท่าไหร่ ก็จะควบคุมโฟกัสในเรื่องที่กำลังจะเขียนได้ดีและยังแสดงถึงความเชี่ยวชาญของเราด้วย เช่น ถ้าผมต้องเขียนรีวิวเก้าอี้ 1 ตัว ผมสามารถที่จะเขียนถึง ประวัติความเป็นมาของเก้าอี้ วัสดุที่นำมาผลิตเก้าอี้ รูปแบบของเก้าอี้ การติดตั้งเก้าอี เก้าอี้ยี่ห้อไหนดี ข้อดี-ข้อเสีย ของเก้าอี้ ข้อควรระวังการใช้เก้าอี้ เป็นต้น อย่าลืมนะครับ เน้นความลึก

great content

เขียนเนื้อหาให้น่าสนใจ

ข้อนี้ผมคิดว่า ทุกคนคงจะรู้จักกันอยู่แล้ว ถึง คุณภาพของเนื้อหาที่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้ ซึ่งอยู่ที่เทคนิค ประสบการณ์ การเขียนของแต่ละคน ซึ่งตัวผมเองก็ยังฝึกฝนอยู่เช่นกัน ก็สามารถลองติดตามอ่านกันได้ภายใน TSKwebsite ครับ

On-page SEO เป็นหนึ่งในแขนงการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ได้อันดับที่ดีขึ้นบนกูเกิล เท่านั้น ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่กูเกิลนำมาเป็นตัวชี้วัด แน่นอนว่าปัจจัยเหล่านั้นเป็นความลับที่มีผู้คนต่างค้นหาทำวิจัยลองผิดลองถูกมากมาย ถึงคำตอบของความลับ ในการทำอันดับ Keywords บนเครื่องมือค้นหาของกูเกิล

ซึ่งปัจจัยที่ผมบอกไปข้างต้นทั้งหมด เป็นปัจจัยที่ได้รับการยืนยันแล้วว่า เห็นผลจริงในการทำอันดับ ! ดังนั้นถึงแม้เราจะยังไม่รู้ปัจจัยอื่น ๆ ก็สามารถนำปัจจัยที่ผมบอกไปปรับปรุงคอนเทนท์ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ทันที

MeMothisa
MeMothisa

เลิฟการอ่านคู่กับการแฟเพรียวๆ ในยามเช้า อยากเขียนอะไรก็ได้ที่คนอ่านชอบและได้ประโยชน์